7.30.2555

G.media 1 [ Special ]

  ประกวดตราสัญลักษณ์ & สัตว์นำโชค The 1st AFTA+ Game 2012

ผลงาน 1 ชิ้นประกอบด้วย ตราสัญลักษณ์ และ สัตว์นำโชค <Mascot>
สื่อสาร ภาพลักษณ์และเอกลักษณ์อันโดดเด่นการจัดการแข่งขันกีฬาสานสัมพันธ์นิสิตนานาชาติ
จากกลุ่มนิสิตอาเซี่ยน สื่อความสามัคคี ความทันสมัยก้าวทันเทคโนโลยี และรักษาสิ่งแวดล้อม
ในมุมมองที่แปลกใหม่ ทำให้เป็นที่รู้จักในแวดวงสังคมทุกระดับ และจดจำได้ง่าย

คุณสมบัติของตราสัญลักษณ์
- มีตราสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยเป็นส่วนประกอบ
- ต้องมี คาว่า AFTA+ GAMES ประกอบตราสัญลักษณ์
- มีองค์ประกอบที่สวยงาม จดจาง่าย
- มีสีประจามหาวิทยาลัยบูรพาเป็นสีประกอบ

Schedule
จันทร์ 30  :  Brief งาน
31-2       :  สะเก็ตช์ ระยะแรก คนละ 10 แบบ ( ตราสัญลักษณ์ และ สัตว์นำโชค ) ปรับแบบ
3-5         :  ปรับแบบ พัฒนาแบบ ส่งความคืบหน้า / แก้ไข เลือกแบบ ( อาจจะเป็นทาง Mail )
จันทร์ 6    :  พัฒนา ปรับแก้แบบที่เลือกจนแล้วเสร็จ
อังคาร 7   :  เก็บรายละเอียด + ทำชาร์ดผลงาน
พุธ 8       :  ส่งผลงาน 8.00 น. ( ห้าม Late กรรมการตัดสินผลงาน 9.00 น. )

[ส่งแบบร่างครั้งที่ 1]
31 july 2012 : อิง / กิด / รุ้ง / นุ๊ก / อ้อย / แนน / โม
1 August 2012 : ต้น / นน 

7.12.2555

G.media 1 [ Figure&Ground ] # 4

Figure & Ground

การรับรู้จากรูปและพื้น (Figure and Ground) 
องค์ประกอบแรกที่มนุษย์มองเห็นและเกิดการรับรู้ จากวัตถุต่าง ๆ ในธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เมื่อมนุษย์ มองเห็นวัตถุใดในสนามภาพ (Visual Field) สิ่งที่ปรากฎนั้นจะประกอบค้วยรูป (Figure) และ พื้น (Ground) โดยการจะกำหนดว่าส่วนใดเป็นรูป และส่วนใดเป็นพื้น ก็อาจพิจารณา ตามแนวทาง ดังนี้

Figure ภาพ คือ องค์ประกอบที่ปรากฎต่อสายตา เป็นที่ให้ความสนใจ เป็นสิ่งแรก เช่น..เรามองคนข้ามถนน สิ่งแรกที่สนใจคือ รูปคน ที่กำลังเดิน มากกว่าสิ่งแวดล้อมรอบคนนั้น รูปคนกำลังข้ามถนนนั้น คือ รูป (Figure) 
ส่วนสิ่งแวดล้อม เช่นรถที่วิ่งไปมา หรือถนน อาคาร คือ Ground พื้น

นอกจากนี้การกำหนดว่าส่วนใดคือรูปและส่วนใดคือพื้น ก็อาจเกิดจาก ความหมายในตัววัตถุนั้นเอง คือถ้าวัตถุนั้นเราจำได้หรือรู้จักว่ามันเป็น สิ่งใดแล้ว จะแยกได้ชัดเจนว่าสิ่งนั้นเป็นรูป และส่วนอื่นก็จะกลายเป็นพื้น


องค์ประกอบของงาน Ass#4
Figure   : Photo ภาพถ่ายตัดรูปร่าง out line (ส่วนภาพ)
Ground : Photo ภาพถ่ายพื้นงาน (ส่วนพื้น)
Graphic : ลวดลายกราฟิกประกอบ (เป็นตัวเชื่อมภาพและเรื่องราวของภาพและพื้น)
Brand    : แบรนด์สินค้า เป็นตัวกำหนดรูปแบบ สไตล์ Mood & Tone

ขนาด : A3 ด้านนอน

.................................................................................

9 ส.ค. 2555 ( นำเสนอความคืบหน้า / สรุปแบบ ) 
กิด / อิง / โม / แนน / นน / รุ้ง / หม้อ /

16 ส.ค. 55 : อิง / แนน / หม้อ / อ้อย / กิด / ต้น / โม ทำงานถึงทุ่มเลย

.............................................................................................

 < Final > 23.08.2012

ธิชญานันท์ สุจริตธรรม ( โม )

  
นางสาวนนธิยา สิงห์อ่อน ( นน ) งานต้องผ่านการปรับแก้อีกรอบ                                        
นางสาวจารุตา ยงค์พีระกุล ( แนน )


นางสาวสมใจ อร่ามสุวรรณ ( นุ๊ก ) หมายเหตุ: งานยัง Final ไม่ได้ ต้องผ่านการปรับแก้อีกรอบ


นางสาวสิริกาญจน์ น้อยอามาตย์ ( อิง )


นางสาวเมวิณี นุชจีด ( หม้อ)


นายอภิสิทธิ์ เฉลิมวัฒน์ ( ต้น )

 นางสาวพรพิมล นพพะ ( อ้อย )

 นายกฤษฏิ์ ตุลวรรธนะ ( กิด )

  นางสาวศุภรัตน์ วงศ์ไทย ( หวาน )



6.27.2555

G.media 1 [ Overlays Color ] # 3 เมื่อศิลปะสมัยเรียนอนุบาล (การทับสี) โดนนำกลับมาผ่านระบบการจัดการ การออกแบบ การกำกับศิลป์ โดยนิสิต Graphic media ชั้นปีที่ 2

 เมื่อไหร่ ! จะส่งงานมาให้ Comment !!!
                                         9  ก.ค. 55

สี ( Color )
คุณสมบัติของสี    -  น้ำหนักของสี  (Value  of  Color)
                               -  การป้ายสีให้เป็นเส้น  
                               -  การใช้สีให้เกิดรูปร่าง
                               -  การใช้สีให้เกิดจังหวะ
                               -  การใช้สีแสดงลักษณะของผิว
*และยังมีส่วนให้เกิดความคิด  ความรู้สึก  อารมณ์  จึงนับเป็นองค์ประกอบหลัก   
ที่ควบคุมและเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบอื่น   
 เพราะสีมีส่วนเกี่ยวพันกับองค์ประกอบทุกอย่างที่ประกอบเป็นภาพขึ้น

 ค่าน้ำหนักของสี  (Value of color) เป็นการใช้สีโดยให้มีค่าน้ำหนักในระดับต่าง ๆ กัน 
และมีสีหลาย ๆ สี ซึ่งถ้าเป็นสีเดียว ก็จะมีลักษณะเป็นสีเอกรงค์ 
การใช้ค่าน้ำหนักของสี จะทำให้เกิดความกลมกลืน เกิดระยะใกล้ไกล ตื้นลึก 
ถ้ามีค่าน้ำหนักหลาย ๆ ระดับ สีก็จะกลมกลืนกันมากขึ้น
หากมีเพียง 1 - 2 ระดับที่ห่างกัน จะทำให้เกิดความแตกต่าง

ความสำคัญของค่าน้ำหนักสี
    1. ให้ความแตกต่างระหว่างรูปและพื้น หรือรูปทรงกับที่ว่าง
    2. ให้ความรู้สึกเคลื่อนไหว
    3. ให้ความรู้สึกเป็น 2 มิติ แก่รูปร่าง และความเป็น 3 มิติแก่รูปทรง
    4. ทำให้เกิดระยะความตื้น - ลึก และระยะไกล้ - ไกลของภาพ
    5. ทำให้เกิดความกลมกลืนประสานกันของภาพ


                               



  สีขั้นที่ 1 / 2            สีขั้นที่ 3              สีร้อน/สีเย็น           สีคู่ตรงข้าม

 การประกอบรูปทรงและรูปร่างมีดังนี้  
1. การประกอบแบบด้านต่อด้าน             2.  การประกอบแบบมุมต่อมุม          
3. การประกอบแบบมุมต่อด้าน               4. การประกอบโดยให้ความรู้สึกสัมผัสด้วยสายตา        
5. การประกอบแบบวางซ้อนกัน              6. การประกอบแบบให้คาบเกี่ยวกัน                             
7. การประกอบแบบให้ปิดงอบังกันหรือเชื่อมกัน

Overlays  การซ้อนทับ /  Complexity  ความซับซ้อน
 ......................................................................   


 






























สร้างต้นแบบ กราฟิกเทคนิคการทับสี






























































































นำต้นแบบงานพิมพ์มือ มาสร้างสรรค์ผลงานออกแบบด้วย Computer Graphic





































Final : 12 July 2012 


< คะแนนสุงที่สุดในห้อง >: ได้รับเลือกเป็นแบบ สิ่งพิมพ์สถาบันสอนภาษา AUA
 จารุตา ยงค์พีระกุล ( แนน ) 
































ธิชญานันท์ สุจริตธรรม ( โม )

















นนธิยา สิงห์อ่อน ( นน )
















นางสาวศุภรัตน์ วงศ์ไทย ( หวาน )

















พรพิมล นพพะ ( อ้อย )

















กานต์สิรี โชติช่วง ( รุ้ง )


















เมวิณี นุชจีด ( หม้อ )















 สิริกาญจน์ น้อยอามาตย์ (อิง) 


















กฤษฏิ์ ตุลวรรธนะ ( กิด )

















สมใจ อร่ามสุวรรณ ( นุ๊ก )


















อภิสิทธิ์ เฉลิมวัฒน์ ( ต้น )
อุมาพร กุญชร ( บี )                   

6.08.2555

G.media 1 [ Collage Art ] # 2

ข้อมูลภาพจาก : http://paperstreetsupplies.com/art-and-artists/narkissos-the-influential-collage-art-of-jess-collins/                          collage art by Jess Collins
ข้อมูลภาพจาก : http://amazingdata.com/masterpieces-of-collage-art-by are-mokkelbost/      

Masterpieces of Collage Art by Are Mokkelbost featured”

ข้อมูลภาพจาก : http://amazingdata.com/masterpieces-of-collage-art-by-are-mokkelbost/

บรรยากาศการทำงาน Collage ของศิลปินในสตูดิโอ

 

 

 

 

 

Collage Art ศิลปะของการตัดแปะ    (  อ่านซ่ะ...อย่าให้เคือง  )

Collage เป็นศิลปะของการตัดแปะ ซึ่งก็จะใช้ส่วนของหนังสือพิมพ์ นิตยสาร หรือเศษผ้า กระดาษ รูปภาพ ฯลฯ ติดทั้งหมดลงไปบนกระดาษหรือผ้าใบและยังอาจผสมกับเทคนิคอื่นๆของการเขียน ภาพเช่น skatch หรือ painting ลักษณะงาน Collage มีต้นกำเนิดมาตั้งแต่ก่อน ค.ศ. 200 ปี แต่เพิ่งมาเป็นที่นิยมในศตวรรษที่ 19 โดยรู้จักกันในรูปแบบของศิลปะสมัยใหม่(Modern Art) เทคนิค Collage นี้มีหลักฐานและที่มาย้อนไปตั้งแต่เริ่มมีการใช้กระดาษที่ประเทศจีนและ ญี่ปุ่น มีการใช้การตัดกระดาษและแปะลงไปในชิ้นงานด้วยกาวแล้วเขียนบทกวีลงไป ส่วนในยุโรปก็มีการใช้เทคนิคนี้ในการตกแต่งโบสถ์โกธิค โดยใช้โลหะที่มีค่าแปะลงไปในชิ้นงานศิลปะที่เกี่ยวข้องกับศาสนา

 หลักการจัดภาพ(Composition)

การนำเอาส่วนประกอบมูลฐานต่างๆ เช่น เส้น รูปร่าง รูปทรง ลักษณะผิว บริเวณว่าง แสงเงาและสี มาจัดเข้าด้วยกันได้อย่างเหมาะสมตามโครงสร้างของการสร้างสรรค์งานศิลปะ ได้แก่

ความสมดุล (Balance)  หมายถึง น้ำหนักที่เท่ากันขององค์ประกอบ ไม่เอนเอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง ในทางศิลปะยังรวมถึงความประสานกลมกลืน ความพอเหมาะพอดีของ ส่วนต่าง ๆ ในรูปทรหนึ่ง                                                                                                                                    
ดุลยภาพในงานศิลปะ มี 2 ลักษณะ                                                                                                                                                       
1. ดุลยภาพแบบสมมาตร (Symmetry Balance) หรือ ความสมดุลแบบซ้ายขวาเหมือนกัน คือ การวางรูปทั้งสองข้างของแกนสมดุล
2. ดุลยภาพแบบอสมมาตร (Asymmetry Balance) หรือ ความสมดุลแบบซ้ายขวาไม่เหมือนกัน มักเป็นการสมดุลที่เกิดจากการจัดใหม่  ใช้องค์ประกอบที่ไม่เหมือนกัน แต่มีความสมดุลกัน อาจเป็นความสมดุลด้วย น้ำหนักขององค์ประกอบ หรือสมดุลด้วยความรู้สึกก็ได้
ความกลมกลืน (Harmony)  ความ กลมกลืนเป็นองค์ประกอบที่ช่วยให้รูปแบบมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ตลอดจนเนื้อหาสาระมีเพียงหนึ่งเดียว ความกลมกลืนในการออกแบบมีดังนี้
ก. ความกลมกลืนของเส้นและรูปร่าง               ข. ความกลมกลืนของขนาดและทิศทาง               ค. ความกลมกลืนกันของสีและบริเวณว่าง      ง. ความกลมกลืนกันของความคิดและจุดมุ่งหมาย         ฉ. ความกลมกลืนกันของลักษณะผิวและจังหวะ  
ควาแตกต่าง (Contrast)  การจัดองค์ประกอบต่างๆ ให้ความแตกต่าง หรือมีความขัดแย้ง ไม่ประสานกัน จะช่วยแก้ปัญหาจืดชืด จำเจ น่าเบื่อ ในการสร้างสรรค์ศิลปะ หากจัดองค์ประกอบให้เกิดการขัดแย้งตามความเหมาะสม จะช่วยให้งานศิลปะดูแปลกใหม่ แปลกตา น่าสนใจมากยิ่งขึ้น การขัดแย้งทางศิลปะอาจทำได้ ดังนี้
     - ขัดแย้งกันด้วยเส้น (Line Contrast)
     - ขัดแย้งด้วยรูปร่าง, รูปทรง (Shape, Form Contrast)
     - ขัดแย้งกันด้วยสี (Color Contrast)
     - ขัดแย้งกันด้วยลักษณะผิว (Texture Contrast)
     - ขัดแย้งกันด้วยขนาด (Size Contrast)
     - ขัดแย้งกันด้วยทิศทาง (Direction Contrast)
 สัดส่วน (Proportion)  สัดส่วนของรูปร่าง คือ ความสัมพันธ์ระหว่างความกว้าง ความยาง และความหนาหรือความลึก ขนาดและสัดส่วนนับว่ามีความสัมพันธ์กับความงามและประโยชน์ใช้สอย   ลักษณะของสัดส่วนที่ดีและมีความสัมพันธ์กับสัดส่วนของตัวมันเองดี และมีความสัมพันธ์กับสัดส่วนของสิ่งแวดล้อมอื่นๆ ด้วย เช่น เก้าอี้หากออกแบบให้มีสัดส่วนที่ดี และมีความสัมพันธ์กับสัดส่วนของมนุษย์ที่นั่งก็จะรู้สึกสะดวกสบาย ไม่ทำให้เสียบุคลิกภาพและสุขภาพ 
จังหวะและเคลื่อนไหว  (Rhythm & Movement)  จังหวะลีลา หมายถึง การเคลื่อนไหวที่เกิดจาการซ้ำกันขององค์ประกอบเป็นการซ้ำที่เป็นระเบียบ จากระเบียบธรรมดาที่มีช่วงห่างเท่าๆ กัน มาเป็นระเบียบที่สูงขึ้น ซับซ้อนขึ้น จนถึงขั้นเกิดเป็นรูปลักษณะของศิลปะ โดยเกิดจาก การซ้ำของหน่วย หรือการสลับกันของหน่วยกับช่องไฟ หรือเกิดจาก การเลื่อนไหลต่อเนื่องกันของเส้น สี รูปทรง หรือ น้ำหนัก   
การเน้น (Emphasis) หมายถึง การกระทำให้เด่นเป็นพิเศษกว่าธรรมดา ในงานศิลปะจะต้องมี ส่วนใดส่วนหนึ่ง หรือจุดใดจุดหนึ่ง ที่มีความสำคัญกว่าส่วนอื่น ๆ เป็นประธานอยู่  ซึ่งจะทำให้ผลงานมีความงามสมบูรณ์ ลงตัว และน่าสนใจมากขึ้น                       

การเน้นจุดสนใจสามารถทำได้ 3 วิธี คือ   
1. การเน้นด้วยการใช้องค์ประกอบที่ตัดกัน (Emphasis by Contrast)               
2. การเน้นด้วยการด้วยการอยู่โดดเดี่ยว (Emphasis by Isolation)           
3. การเน้นด้วยการจัดวางตำแหน่ง (Emphasis by Placement)


สิ่งที่นิสิตต้องจัดเตรียม 
คิดเรื่องที่จะนำมาทำงาน  / สะเก็ตช์แบบคร่าวๆ
หาภาพจากสิ่งพิมพ์ต่างๆ  (ใช้ได้ทั้งภาพสีและขาวดำ)
ตัดภาพเตรียมมาปฎิบัติในชั่วโมง (บางส่วน)

อุปกรณ์ : นิสิตเตรียม 
หนังสือ นิตยสาร สิ่งพิมพ์ ฯลฯ / คัตเตอร์ / กรรไกร / แผ่นรองตัด หรือกระดาษแข็งหนา / ความตั้งใจ  ตรงเวลา
และความรับผิดชอบที่ดี
อุปกรณ์ : ที่อาจารย์เตรียมให้
plate ให้ขนาด 30X40 Cm + กาว + แรงกดดัน

......................................................................................................................................................................................






Assignment # 2  : Collage art 

















ขณะกำลังปฎิบัติงาน Collage ในห้องเรียน

ผลงาน Collage  เทคนิค : กระดาษตัดแปะ + Computer Graphic

   


































[001] แนน จารุตา [ การใช้เส้นที่ไร้ระเบียบ ทำให้งานดูมีเสน่ย์ขึ้นจากการจัดวางแนวนอน  ที่มีอยู่ทั่วไปของงาน
                                 ภาพส่วนล่างดูแปลกแยกไปจากงานโดยรวม ]




































[002] นน นนธิชา [ การวางโครงสี,จุดสนใจ,จังหวะ,และรายละเอียดทำให้งานชิ้นนี้น่าสนใจ ]





































[003] กิด กฤษฎิ์ [ จุดสนใจของภาพอาจจะดูไม่เด่นชัดนัก เส้นที่ดูเคลื่อนไหวและการตัดรูปร่างที่แข็งกระด้าง ทำให้งาน
                               ดูแตกต่างไปจากงานชิ้นอื่นๆ ]





































[004] อิง สิริกาญจน์ [ สีสวย มีเส้ีนที่นำสายตาเข้าไปสู่กลางภาพ แต่ภาพส่วนใหญ่ ยังกระจัดกระจายทั่วทั้งภาพ
                                     ทำให้ขาดจุดที่อยากจะเน้นไปหน่อย ]





































[005] โม ธิชญานันท์ [ เป็นอีกชิ้นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ ดูแตกต่างไปจากชิ้นอื่นๆ นอกจากรูปยังใช้ลูกเล่นของคำ
                                      และสไตล์ของรูปแบบมาสร้างความน่าสนใจ อาจจะต้องดูเรื่องการลำดับความสำคัญอีกหน่อย ]





































[006] รุ้ง กานต์สิรี [ ปัญหาแรกคือการต่อเชื่อมภาพยังไม่เนียน ดูอัดแน่นไปทุกจุด ขาดพื้นที่หายใจ ]





































[007] หม้อ เมวิณี [ สัดส่วน จังหวะ การเน้นน่าสนใจ เงาตรงพื้นทำให้ดูมีมิติ เสริมจุดเน้นได้ดี ]





































[008] ต้น อภิสิทธิ์ [ เป็นอีกชิ้นที่มีรูปแบบที่แตกต่างไปจากกลุ่ม ใช้การจัดวางแบบสมมาตร ดูเรื่องสัดส่วนของแต่ละชิ้น
                                 ภาพด้วย แสงฟุ่งที่รองด้านหลัง หากใช้มากเกินไปอาจจะทำให้บรรยากาศงาน]fน้อยลงได้ ]





































[009] หวาน ศุภรัตน์ [งานอาจจะดูทดลองและจัดวางน้อยไปหน่อย แต่โดนโหวดเลือกเยอะ ดูไม่ค่อยท้าทายนัก แต่ส่วนอาจจะทำหน้าที่ของมันได้ ความแน่นและวุ่นวายตรงส่วนล่าง ทำให้งานมีจุดเด่น ]





































[010] อ้อย พรพิมล [ งานดูเครียดๆตึงๆไปนิด ทั้งเรื่องการจัดวาง ทิศทาง และสัดส่วน โดยเฉพาะรายละเอียดเล็กๆ
                                   ที่โปรยไปกับพื้นหลัง จมกลายเป็นพื้นผิวไปหน่อย ลักษณะของพื้นผิวหลากหลายน่าสนใจ
                                   ไม่แน่ใจว่าคิดเองไปรึเปล่า! อ.ว่าตัวการ์ตูน กับ Font ด้านหน้าดูไม่เข้ากับ Mood โดยรวม  ]




































[011] นุ๊ก สมใจ



































[012] บี  อุมาพร